Glass Coating Glass Coating NV yangyont Glass Coating Create Fiber Glass Coating TT. AUTO XENON
 
  Lancer EX Club Meeting
 
 
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะเป็นกาแฟสด จากไร่จนถึงเมล็ดกาแฟสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในเรื่องกาแฟ อาจสงสัย  (อ่าน 2 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SEO.0809955900
ขับ EX วนในซอย
**

Like : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 90


« เมื่อ: มีนาคม 15, 2019, 10:44:54 PM »

กว่าจะเป็นกาแฟสด จากไร่จนถึงเมล็ดกาแฟสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในเรื่องกาแฟ อาจจะสงสัยกันว่า เมล็ดกาแฟคั่ว
 
กาแฟที่ดีมีอะไรบ้าง แล้วมันมาจากไหน
วันนี้จะมาให้เกร็ดความรู้บางส่วนสำหรับ ต้นเหตุของกาแฟในแต่ละแก้วกันสายพันธุ์
 
สายพันธุ์กาแฟที่ปลูกกันทั่วโลกมีอยู่หลากสายพันธุ์ แม้กระนั้นสายพันธุ์หลักที่นิยมปลูกกัน มี3สายพันธุ์ด้วยกัน เป็นต้นว่า
 
1) สายพันธุ์ ค้างเนโฟร่า (Canephora) หรือที่เรียกกันว่าโรบัสต้า (Robusta) เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกง่าย ไม่ต้องการที่จะอยากที่สูงมาก และทนต่อโรคพืชและแมลง
 
2) สายพันธุ์อาราบิก้า (Arabica) ที่เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟต่างๆสายพันธุ์ Arabica มีแตกย่อยออกไปเป็นสายชนิดย่อยๆอีกเยอะมาก
 
3) สายพันธุ์ ลิเบอริก้า (Liberica) เพราะว่ารสกาแฟที่ออกมายังไม่เป็นที่นิยมเท่า Robusta แล้วก็Arabica จึงไม่นิยมปลูกกันเท่าใด
 
ไร่กาแฟแต่ละท้องที่ก็จะปลูกกาแฟ ตามสภาพแวดล้อมที่สมควรในแต่ละสายพันธุ์ แล้วก็ตามสิ่งที่มีความต้องการของตลาด แหล่งปลูกที่สมควรสำหรับกาแฟอาราบิก้าคือ พื้นที่ปลูกตั้งแม้กระนั้นเส้นรุ้ง 17 องศาเหนือขึ้นไป มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป มีความลาดเอียงไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์โดยทั่วไปจำนวนที่เหมาะสมของต้นกาแฟที่จะให้ผลผลิตที่ดีจะอยู่โดยประมาณ150 ถึง 200 ต้นต่อไร่
 

 
การเก็บเกี่ยว เมล็ดกาแฟคั่ว
กาแฟจะเริ่มติดดอกผลิดอกออกผลภายหลังจากปลูกไปแล้วประมาณปีที่3โดยกาแฟจะเริ่มสุกพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงสี่ถึงหกเดือน
สุดแต่สภาพแวดล้อมสำหรับเพื่อการปลูกของแม้กระนั้นท้องถิ่น ในประเทศไทยโดยปกติฤดูเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่พฤศจิกายนถึงม.ย. จุดสำคัญคือการเก็บเกี่ยวที่ดีจะต้องดูผลที่สุกแดงกำลังดี ไม่มีส่วนที่เขียวและไม่สุกจนกระทั่งเหลือเกิน รวมทั้งจะเด็ดทีละเมล็ดไม่ได้ผลแตกเพื่อเก็บรสและกลิ่นเอาไว้โดยที่จะไม่รูดกิ่งเพื่อไม่ให้ผลกาแฟแตก
 

 
การแปรรูปผลกาแฟและคัดเกรด
ผลกาแฟที่เก็บแล้วจะถูกนำมาแปรรูป วันต่อวันเพื่อไม่ให้กาแฟเน่าเหม็น โดยการเปลี่ยนแปลงรูปมี3แนวทาง ดังนี้เป็น
 
1) แนวทางแบบแห้ง (Dry Process / Natural Process)
หลักจากเก็บเกี่ยวจะแช่เอาสิ่งเจือปนออกแล้วตากแห้ง หรือตากแห้งเลยหลังเก็บเกี่ยว ใช้เวลาตากราวๆ 15วันขึ้นไป เมื่อแห้งเหมาะก็เลยนำไปเข้าเครื่องสีเอาผลกาแฟออกให้เหลือแค่เมล็ด เป็นวิธีที่นิยมใช้ดัดแปลง
กาแฟโรบัสต้าด้วยเหตุว่าเป็นวิธีที่เงินลงทุนต่ำ และก็ได้ปรับปรุงต่อยอดสำหรับการแปรรูปกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงในเวลา
ต่อมา
 
2) แนวทางแบบแฉะ (Wet Process)
เริ่มจากเอาผลกาแฟที่เก็บเกี่ยวมาแยกเมล็ดกาแฟออกมาจากผล และแช่ลงไปภายในน้ำเพื่อหมักกาแฟไว้ให้เมือกที่เกาะอยู่ลดลงรวมทั้งล้างเมือกที่เหลือเสร็จแล้วเอาไปตากแดดอีก 7-10วัน แนวทางลักษณะนี้ได้รับความนิยม เนื่องด้วยจะทำให้กาแฟมีประสิทธิภาพที่ดี แล้วก็ให้รสที่กระจ่างแจ้ง แต่ต้นทุนก็จะแพงขึ ้นตาม
 
3) แนวทางแบบครึ่งหนึ่งเปียก (Pulp Natural/Semi-Dry/Honey Process)
หลังจากที่เก็บเกี่ยวและก็แยกเม็ดกะลากาแฟ จะนำกะลากาแฟทั้งที่มีเมือกเกาะมาตาแห้งจนถึงแห้งติดอยู่เม็ดกะลา
กาแฟ แนวทางนี้จะให้รสกาแฟที่มีความหวานจากมูกกาแฟ เป็นที่นิยมสำหรับในการแปรรูปกาแฟในทวีปแอฟริกากลางเมื่อดัดแปลงแล้วจะได้เมล็ดกะลาซึ่งจำเป็นต้องนำไปบ่มในกระสอบช่วงเวลาปราณ 7 เดือน หลังจากนั้นก็เลยนำไปสีเอากะลากาแฟออกให้เหลือเมล็ดกาแฟเขียวหรือที่เรียกว่ากาแฟสาร เพื่อนนำไปคัดเกรดและนำไปจำหน่ายและเข้าโรงคั่วในขั้นตอนต่อไปรูปกรรมวิธีการแยกผลและก็กะลากาแฟการคั่วกาแฟเมื่อได้เม็ดสารที่คัดเลือกเกรดมาแล้วขั้นตอนถัดไปเป็นการคั่ว โดยแหล่งปลูกใหญ่ๆก็จะมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง
 

 
การคั่วจะมีระดับการคั่วอย่างคร่าวๆดังต่อไปนี้
1) คั่วระดับอ่อน
การคั่วระดับนี้จะให้รสดั้งเดิมของกาแฟที่ชัด แต่ว่าความเปรี้ยวและก็คาเฟอีนจะมีอยู่มาก
 
2) คั่วระดับกลาง
การคั่วระดับนี้จะให้ความสมดุลระหว่างความเปรี้ยวแล้วก็รสเข้มของกาแฟ
 
3) คั่วระดับเข้ม
การคั่วระดับนี้จะให้รสชาติที่เข้มข้น และก็นิยมประยุกต์ใช้กับเครื่องเอสเพรซโซ่
เมื่อคั่วเสร็จและจะนำไปใส่บรรจุภัณฑ์เพื่อเก็บได้นานขึ้น ส่วนมากจะใส่ลงไปในถุงที่มีวาล์วที่มองเห็นได้ตามร้านขายเม็ดกาแฟแล้วก็สร้างสรรพสินค้า
 

 
บทความค่อนข้างยาวพอควร จะขอเล่าส่วนที่เหลือต่อในบทความถัดไป เมล็ดกาแฟสาร
 
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามกันต่อได้นะนะครับ
ที่เว็บไซต์ www.mokamokacoffee.com หรือที่เพจเฟซบุ๊ค www.facebook.com/mokamokabean

Tags : เมล็ดกาแฟคั่ว,กาแฟดริปซอง,เมล็ดกาแฟสาร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: